กุนซือญี่ปุ่นย้ำห้ามประมาท ‘ช้างศึก’ ไม่เช่นนั้นมีสิทธิพังคาถิ่น

วาฮิด ฮาลิฮอดซิช กุนซือชาวบอสเนียของทีมชาติญี่ปุ่น กล่าวถึงเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี

ซึ่งทีมแดนอาทิตย์อุทัยมีคิวเปิดบ้านฟาดแข้งกับทีมชาติไทยในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ว่า ญี่ปุ่นจะประมาทไทยไม่ได้เด็ดขาด เพราะจากที่ได้ศึกษาเทปการแข่งขันของทีมชาติไทยนั้น มองว่าช้างศึกเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลเป็น เพราะฉะนั้นลูกทีมต้องเล่นอย่างมีสมาธิและทุ่มเทให้เต็มที่ถ้าไม่อยากพลาดพลั้ง

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในกลุ่มบี ญี่ปุ่นมี 13 คะแนน จาก 6 นัด เท่ากับซาอุดีอาระเบีย แต่ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 ของตารางเนื่องจากประตูได้เสียของซาอุฯดีกว่า

ฮาลิลฮอดซิชกล่าวว่า การบุกเก็บชัยชนะเหนือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ช่วยให้ทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ดีในขณะนี้ แต่ชัยชนะดังกล่าวจะหมดความหมายไปทันทีถ้าญี่ปุ่นพลาดพลั้งให้กับทีมไทย บางคนอาจมองว่าไทยเป็นทีมอ่อน น่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ แต่ตนคิดว่าไม่ใช่เลย และญี่ปุ่นต้องทำให้เต็มที่หากหวังจะเก็บชัยชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน ญี่ปุ่นจึงขาดนักเตะที่จะสามารถลากบอลทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่งเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นทุกคนจึงต้องร่วมแรงร่วมใจกัน

“ซิโก้” เผยไม่คิดมากถูกวิจารณ์ฟอร์มบู่

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยืนยันไม่คิดมาก แม้ถูกแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนัก สำหรับฟอร์มการเล่น และผลงานของทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

โดยทัพ “ช้างศึก” เพิ่งเปิดบ้านพ่าย ซาอุดิอาระเบีย 0-3 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเป็นทีมเดียวของกลุ่มบีที่ยังไม่ชนะใครจาก 6 นัดที่ผ่านมา ทำให้ถูกแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักทั้งในแง่การวางแท็คติค และ จัดตัวผู้เล่น รวมถึงผลการแข่งขัน

ล่าสุด “โค้ชซิโก้” ออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “ไม่ได้คิดมากเลย เพราะทุกคนรับรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ไม่ใช่งานง่าย พี่โก้บอกแล้วใน 5 เกมนี้มันเป็น 5 เกมที่ยาก ไม่มีใครการันตี 3 แต้มได้ แต่จะแพ้แบบไหน แพ้แบบสู้ไม่ได้หรือแพ้มีเชิง ฉะนั้นพี่ห่วงน้องๆนักเตะมากกว่า เวลาเขาผิดหวังไม่มีใครฉุดมือเขาขึ้นมา แต่เราก็เห็นแฟนบอลในสนามที่ซื้อตัวมา มีรอยยิ้ม เราแพ้เราไปขอบคุณเขา เขายังให้กำลังใจอยู่ เราแคร์สำหรับคนที่ติดตามบอลไทยมาตั้งแต่ต้น รู้ว่าฟุตบอลไทยเป็นยังไง”

นอกจากนั้น “โค้ชซิโก้” ยังกล่าวถึงเรื่องที่คุยกับลูกทีมว่า “วันนี้เขาเสียสละมา เราต้องขอนักบอลจากสโมสร แล้วเขาก็ปล่อยมาเล่น น้องๆเขายังต้องการสู้ ถ้าวันนี้ทุกคนแพ้มาแล้วโทษกัน โทษนักบอลคนนู้น คนนี้ โทษการวางแผน โทษแท็คติค คือเด็กเขาสู้เต็มที่แล้วอะ ต้องยอมรับตรงนี้เหมือนกัน เราแพ้ได้ชนะได้ ทั้งในบ้าน นอกบ้านด้วย”

สำหรับทีมชาติไทย มีโปรแกรมนำทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่ไซตามะ สเตเดี้ยม ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 7 วันที่ 28 มีนาคมนี้

“มูรินโญ” ยันส่งชุดใหญ่ดวล “เชลซี”

โชเซ มูรินโญ กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าจะไม่ส่งชุดสำรองบุกไปเยือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ในถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 13 มี.ค. นี้

โดยขณะนี้ทีม “ปีศาจแดง” ยังมีลุ้นคว้าแชมป์อีก 2 รายการ คือ ยูโรปา ลีก และเอฟเอ คัพ รวมถึงยังต้องการลุ้นอันดับ 4 เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปีหน้า

ทำให้มีโปรแกรมเตะถี่ และคาดว่า ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ เชลซี จันทร์นี้ มูรินโญ จะส่งชุดสำรอง ลงเล่น เนื่องจากต้องเตะเกมยูโรปา ลีก นัดที่ 2 กับ รอสตอฟ ในวันพฤหัสบดีหน้าต่อทันที เพื่อเป็นการักษาความสดของนักเตะ

อย่างไรก็ตามล่าสุด กุนซือชาวโปรตุกีส กล่าวว่า “วันจันทร์นี้เราจะไม่ลงเล่นด้วยทีมของนิคกี บัตต์ (ทีมสำรอง) เพราะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่เกินไปที่จะทำเช่นนั้น มันไม่ใช่ความผิดของ เชลซี ที่เรามีเกมวันจันทร์ และเรามีเตะวันพฤหัสบดีต่อทันที”

เกมชี้ชะตาแย่งแชมป์ “ดูไบคัพ”

แข้ง “ช้างศึก” ชุด 23 ปี รอชูถ้วยแชมป์ “ดูไบคัพ” หากเอาชนะ “ลอดช่อง” สิงคโปร์ ด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า ยูเออี ที่จะเจอกับ จอร์แดน วันที่ 28 มี.ค.นี้

ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดเตรียมสู้ศึกซีเกมส์ 2017 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างร่วมแข่งขันฟุตบอลรายการดูไบคัพ ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยทัพ “ช้างศึกยู23” ลงสนามไป 3 นัด มี 6 คะแนน จากการ ชนะ ยูเออี 2-1, มาเลเซีย 4-0, แพ้ จีน 1-2 และมีโปรแกรมลงสนามนัดสุดท้ายพบกับ สิงคโปร์ ที่สนามยูเออี เอฟเอ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาประเทศไทย 19.00 น. ซึ่งหากเก็บชัยชนะได้ และมีผลต่างประตูได้เสียกว่า ยูเออี จะคว้าแชมป์ไปครองทันที

โดยความพร้อมล่าสุดหลังลงสนามเกมที่ 3 แพ้ จีน 1-2 “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ได้ปล่อยนักเตะรีแลกซ์ โดยไม่มีการฝึกซ้อม ในส่วนของการจัดทัพนักเตะในการเจอกับ สิงคโปร์ ในแมตช์สุดท้ายเพื่อลุ้นแชมป์ เจ้าตัวเตรียมเปลี่ยนมาใช้ชุดผสมลงแข่งขัน ซึ่งในรายของ สุริยา สิงห์มุ้ย ยังคงเจ็บและพลาดลงสนามเช่นเดิม

“ถือว่าโอกาสของเราในการคว้าแชมป์มีสูงเลยทีเดียว ผมก็เชื่อมั่นว่าเด็กจะทำได้ ซึ่งการจัดตัวเราก็คงผสมนักเตะชุดหลักกับสำรองลงเล่น เพราะยังไงเราก็เหนือว่าสิงคโปร์ อย่าวงไรก็ตามอันนี้เราไม่ได้ประมาทนะ เพียงแต่ว่าเราต้องให้เด็กได้ลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อย่างแรกคือเราต้องชนะให้ได้ก่อน ถ้าเราชนะโอกาสเป็นแชมป์ก็สูง สิ่งสำคัญคือต้องยิงให้ได้เยอะๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องไปลุ้นเหนื่อยกับผลอีกคู่ ซึ่งผมเองก็มั่นใจว่าเราจะคว้าแชมป์ได้แน่นอน” วรวุธกล่าว

สำหรับรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวแรกของทีมชาติไทย ยู-23 ที่จะเจอ สิงคโปร์ ในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตูเป็น อนุศิษฐ์ เติมมี แนวรับ 4 คนจากขวาไปซ้าย จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด, เนติพงษ์ แสนมะฮุงว, สุประวีณ์ มีประทัง กองกลางตัวขับเคลื่อนเกมใช้ เชาว์วัตน์ วีระชาติ กับ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ตัวรุก 3 คนจากขวาไปซ้าย ศศลักษณ์ ไหประโคน, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, ชัยวัฒน์ บุราญ และหน้าเป้า สิทธิโชค กันหนู

โปรแกรมอีก 2 คู่ ยูเออี พบ จอร์แดน เวลา 22.30 น. สนามโปลิศ สเตเดี้ยม และ มาเลเซีย พบ สิงคโปร์ เวลา 19.00 น. สนามยูเออี เอฟเอ โดยแฟนบอลชาวไทย สามารถติดตามไลฟ์สดการแข่งขันแบบติดขอบสนาม ได้ทางแฟนเพจเฟชบุ๊ก “ฟุตบอลทีมชาติไทย U23”

สรุปตารางคะแนน ผ่านเกมเตะ 3 นัด ไทย มี 6 แต้ม (ยิงได้ 7 เสีย 3) เท่ากับ ยูเออี (ยิงได้ 6 เสีย 2), จีน 5 แต้ม, จอรืแดน 4 แต้ม , มาเลเซีย 4 แต้ม, สิงคโปร์ 0 แต้ม (กรณีคะแนนเท่ากันนับผลต่างประตูได้-เสีย หากประตูได้-เสียเท่ากัน ให้นับประตูได้ ทีมไหนดีกว่าได้ครองแชมป์)

เรื่องน่ารู้ศึก “ฟอร์มูลา วัน 2017”

ออกสตาร์ทกันแล้วสำหรับการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ที่เริ่มเหยียบคันเร่งกับสนามแรกของฤดูกาล 2017 ในศึก “ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์” ที่ประเทศออสเตรเลีย

โดยในซีซั่นนี้ศึกฟอร์มูลา วัน ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ไล่ตั้งแต่ประธานจัดการแข่งขันที่ เบอร์นี เอคเคิลสโตน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 40 ปี ต้องออกจากตำแหน่งไป หลัง“ลิเบอร์ตี มีเดีย” สื่อใหญ่ของสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงเทกโอเวอร์ลิขสิทธิ์การแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกต่อจาก “ซีวีซี แคปิตัล พาร์ทเนอร์ส” ด้วยมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) โดยได้ เชส แครีย์ รองประธานบริษัท ทเวนตี เฟิร์สท์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ มารับตำแหน่งดังกล่าวแทน

นอกจากนั้นในส่วนอื่นๆ เช่น ตัวรถแข่ง, กฎกติกา, ทีมเข้าแข่งขัน รวมถึง ตัวนักขับเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย ซึ่งทำให้วันนี้เราจะมารู้จักเรื่องน่ารู้ก่อนเปิดศึกรถแข่ง ที่มีผู้ชมติดตามมากที่สุดในซีซั่นใหม่

การเปลี่ยนแปลงตัวรถ

ในฤดูกาลนี้ตัวรถแข่งนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เริ่มจากส่วนหน้า นั่นก็คือ จมูกของรถ ในปี 2017 จะยาวขึ้น 20 ซม. ขณะที่ความกว้างของปีกหน้าจะเพิ่มจาก 165 ซม. เป็น 180 ซม. อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนใหม่รูปสามเหลี่ยมเดลต้าทำให้ระยะห่างระหว่างปีกหน้ากับปลายปีก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับขนาดของปลายปีก

สำหรับยางก็จะมีหน้ากว้างขึ้น โดยยางหน้าเพิ่มความกว้างจาก 24.5 ซม. เป็น 30 ซม. ส่วนยางหลังเพิ่มจาก 32.5 ซม. เป็น 40 ซม. ซึ่งผลจากความกว้างที่เพิ่มขึ้นก็คาดว่าจะทำให้รถเร็วขึ้น 3 วินาทีต่อรอบ นอกจากนั้น ความกว้างโดยรวมของรถจะเพิ่มจาก 140 ซม. เป็น 180 ซม. แต่จากกฎข้อบังคับของบริเวณพื้นท้องรถในส่วนหลังของด้านหน้าที่นั่งนักขับ เมื่อเทียบจากความยาวทั้งหมดของรถ ความกว้างไม่สามารถเกิน 180 ซม. ได้ ดังนั้นรถจึงจะต้องถูกตัดด้านข้างออก และยังมีอีกข้อเสนอหนึ่งที่ให้รถทุกส่วนมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 160 ซม. นั่นก็จะทำให้ด้านข้างของรถถูกตัดออกได้ไม่เกิน 10 ซม.

สุดท้ายในส่วนของปีกหลัง จะกว้างขึ้นจากเดิม 80 ซม. เป็น 95 ซม. พร้อมกับปลายปีกที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจากทั้งหมดจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ซึ่งนักขับ และทีมสตาฟฟ์ ต้องปรับตัวกันอย่างหนัก และคงมีผลต่อการแข่งขันในฤดูกาลนี้ไม่มาก ก็น้อยอย่างแน่นอน

แก้ไขกฎใหม่บางส่วน

นอกจากเรื่องของตัวรถแล้ว สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรสำหรับปีนี้คือ กฏ และกติกาการแข่งขัน โดยมีที่สำคัญๆเริ่มจาก โซนธงเหลืองที่เข้มงวดขึ้น แบ่งเป็น โซนธงเหลืองคู่ ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้จะต้องลดความเร็วลงจนสังเกตได้และเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางหรือหยุด นักแข่งจะต้องไม่ทำเวลาที่มีนัยยะสำคัญ และต้องล้มเลิกการทำเวลาในรอบนั้น แต่ไม่จำเป็นจะต้องเข้าพิท และโซนธงเหลืองเดี่ยว ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้ควรลดความเร็วลงและเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทาง ต้องเป็นที่ชัดเจนว่านักแข่งได้ลดความเร็วลงโดยการเบรกเร็วขึ้นหรือลดความเร็วขณะผ่านโซน นักแข่งไม่ควรแซงรถคันใดในโซนนี้ เว้นเสียแต่ว่ารถคันนั้นจะมีความเสียหายที่ชัดเจน

การขยับภายใต้การเบรก เหตุเกิดจากการที่มีนักแข่งเบรกรถเพื่อบังไลน์คู่ต่อสู้คนอื่นๆ ทำให้ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาเปลี่ยนแปลงกฎ ดังนี้ ในข้อ 27.5 : ห้ามมิให้นักแข่งคนใดขับขี่ในสภาวะที่อาจก่ออันตรายต่อรถคันอื่น และ 27.8 : ห้ามกระทำการใดๆ ที่มีแนวโน้มขัดขวางนักแข่งคนอื่น เช่นการเปลี่ยนทิศทางอย่างไม่ปกติ การเปลี่ยนทิศทางภายใต้การเบรกที่ส่งผลให้นักแข่งคนอื่นต้องกระทำการหลบหลีกจะถูกพิจารณาว่าเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ปกติ และเข้าข่ายขับขี่อันตราย

ห้ามตุนเครื่องยนต์สำหรับแข่งขัน จากการที่ ลูอิส แฮมิลตัน และทีมงาน จำเป็นต้องใช้หน่วยเครื่องยนต์เกินจำนวนจำกัดของทางเอฟไอเอ ที่เบลเยียม เมื่อปีที่แล้ว ทางทีมจึงได้จัดการ “ตุนเครื่องยนต์” โดยการเปลี่ยนหน่วยเครื่องยนต์ให้กับ แฮมิลตัน 3 ชุด ซึ่งส่งผลให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ มีเครื่องยนต์เหลือใช้ไปตลอดฤดูกาลที่เหลือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาจัดการระบุเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการได้เปรียบจากการตุนเครื่องยนต์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา

การเปลี่ยนลวดลายหมวกนิรภัย ในปีที่ผ่านมา ถึงแม้ เอฟไอเอ จะกำหนดให้ใช้ลวดลายหมวกเพียงลวดลายเดียวไปตลอดฤดูกาลแล้ว แต่ก็ได้รับการผ่อนปรนในการเปลี่ยนแปลงลวดลายเล็กๆ น้อยๆ บนหมวก แต่นับจากปี 2017 นักแข่งจะต้องใช้ลวดลายหมวกลายเดียวไปตลอดทั้งฤดูกาล แต่จะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้ 1 รายการ นอกจากนั้นหากนักแข่งมีการย้ายทีมในระหว่างฤดูกาลจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้

ทีมแข่งขัน และตัวเต็งในปีนี้

สำหรับในการแข่งขันซีซั่น 2017 ที่จะถึงนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 ทีมด้วยกัน ประกอบด้วย เฟอร์รารี, ฮาสส์, แมคราเลน ฮอนดา, เมอร์เ ซเดส-เอเอ็มจี, เรด บลูส์ เรซซิง, เรโนลต์, ซัลเบอร์, โทโร รอสโซ, วิลเลียมส์ และน้องใหม่ ฟอร์ซ อินเดีย โดยทีมเต็งแชมป์ในปีนี้ คงจะหนีไม่พ้น เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อีกเช่นเคย อย่างไรก็ตามในทีมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น เมื่อ นิโค รอสเบิร์ก แชมป์โลกเมื่อปีที่แล้วได้ประกาศเลิกขับ ทำให้ทีมต้องดึง วัลต์เตรี บอตตาส นักขับชาวฟินแลนด์จากทีม วิลเลียมส์ มาร่วมทีมกับ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก 3 สมัยชาวอังกฤษแทน ซึ่งต้องดูว่าคู่หูคู่ใหม่นี้จะมีความเข้าขากันมากเพียงใด หรือาจจะมีดราม่าอะไรเกิดขึ้นในทีมอีกหรือไม่

ส่วนอีกทีมที่จะมองข้ามไปไม่ได้ คือ เฟอร์รารี ที่มี เซบาสเตียน เวทเทล และ คิมี ไรโคเนน เป็นนักขับ โดยพวกเขาทำเวลาได้ดีที่สุดในการฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง แฮมิลตัน กล่าวถึงคู่แข่งไว้ว่า “ผมคิดว่าบางที เฟอร์รารี อาจเป็นตัวเต็ง เราไม่สามารถละสายตาจากพวกเขา เพราะพวกเขาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมตอนนี้”

ขณะที่ทีมอื่นๆก็มีอาวุธลับ รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนตืที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการแข่งขันในปีนี้ต้องออกมาอย่างสนุกสูสีอย่างแน่นอน

และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศึกเอฟวัน ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ ต้องมาดูกันว่าจะส่งผลอย่างไรต่อการแข่งขันบ้าง และจะทำให้กีฬาดังกล่าวกลับมาเป็นที่นิยมได้อีกครั้งหรือไม่?

โนเลพลิกร่วงรอบ 4 หวดอินเดียนเวลส์

โนวัค ยอโควิช พลิกร่วงรอบ4 แต่โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คว่ำ ราฟาเอล นาดาล ผ่านเข้า8คนเทนนิสอินเดียนเวลส์

การแข่งขันเทนนิสเอทีพีทัวร์และดับเบิลยูทีเอทัวร์ รายการ บีเอ็นพี พาริบาส โอเพน ที่เมืองอินเดียนเวลส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเภทชายเดี่ยว รอบ4 โนวัค ยอโควิช แชมป์เก่า3สมัยหลังสุดจากเซอร์เบีย และเป็นมือ2ของรายการ ลงสนามเจอกับ นิค คีร์กอส นักหวดเลือดร้อนจากออสเตรเลีย

บทสรุปเป็นคีร์กอสที่เล่นได้อย่างแน่นอนกว่าชนะยอโควิชไปได้แบบสนุก2-0เซต 6-4และ7-6(7-3) ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ต่อไป

ส่วนโรเจอร์ เฟเดเรอร์ มือเก๋าจากสวิตเซอร์แลนด์ มือวางอันดับ9ของรายการ ลงทำศึกนัดสำคัญกับราฟาเอล นาดาล มือ5จากสเปน ซึ่งผลออกมาเป็นเฟดเอ็กซ์ที่ไล่ต้อนนาดาลไปขาดลอย2เซตรวด 6-2และ6-3 เข้ารอบ8คนไปพบกับคีร์กอส

“นาดาล-แคร์เบอร์” ลิ่ว 16 คนเทนนิสไมอามีฯ

ราฟาเอล นาดาล ควงคู่ แองเจลิค แคร์เบอร์ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเทนนิสไมอามี โอเพ่น

ศึกเทนนิสเอทีพี ทัวร์ และ ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ รายการ ไมอามี โอเพ่น ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดียว รอบ 32 คนสุดท้าย

เริ่มที่ประเภทชายเดี่ยว คู่ที่น่าสนใจ ราฟาเอล นาดาล นักหวดชาวสเปน มือ 5 ของรายการ เอาชนะ ฟิลิปป์ โคลห์ชไรเบอร์ มือ 26 ของรายการจากเยอรมนี 2-1 เซต 0-6, 6-2, 6-3 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ นิโกลาส์ มาอูต์ จากฝรั่งเศส ที่เอาชนะ กีโด เปญา จากอาร์เจนตินา 2-0 เซต 6-4, 6-3

ขณะที่ เคอิ นิชิโคริ มือ 2 ของรายการจากญี่ปุ่น เฉือนชนะ เฟอร์นานโด เบร์ดาสโก มือ 25 จากสเปน 2-1 เซต 7-6 (7-2), 6-7 (5-7), 6-1 เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ เฟเดริโก เดลโบนิส จากอาร์เจนตินา ด้าน มิลอส ราโอนิช มือ 3 จากแคนาดา ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย หลังต้องถอนตัวจากแมตช์ที่จะเจอกับ จาเร็ด โดนัลด์สัน จากสหรัฐ เนื่องจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังข้างขวากำเริบ

ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว คู่ที่น่าสนใจ แองเจลิค แคร์เบอร์ มือ 1 ของรายการจากเยอรมนี มือ 1 ของรายการจากเยอรมนีหวดชนะ เชลบี โรเจอร์ส จากสหรัฐ 2-0 เซต 6-4, 7-5 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ ริสะ โอซากิ จากญี่ปุ่น ที่เอาชนะ จูเลีย จอร์เกส จากเยอรมนี 2-0 เซต 7-6 (7-5), 6-3

ด้าน ซิโมนา ฮาเลป มือ 3 ของรายการจากโรมาเนีย ผ่านเข้ารอบเช่นกัน หลังเอาชนะ แอนเน็ตต์ คอนทาเวต จากเอสโตเนีย 2-0 เซต 6-3, 6-0 โดยจะพบกับ ซาแมนธา สโตเซอร์ จอมเก๋าจากออสเตรเลีย และ มือ 14 ของรายการ

วันนี้ในอดีต…วันประวัติศาสตร์ของ “สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์”

วันนี้เมื่อ 11 ปีก่อน “สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์” สวมหัวใจสิงห์ บุกไปน็อกคู่ชกคว้าแชมป์โลกถึงฝรั่งเศส ขณะที่สื่อตปท.ยกให้ไฟต์นี้เป็น “ไฟต์ดุเดือดแห่งทศวรรษ”

การชกครั้งนี้มีขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2549 หรือวันนี้เมื่อ 11 ปีก่อน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นศึกชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวตของสมาคมมวยโลก (WBA) ระหว่าง มาห์ยาร์ มงซิปัวร์ ยอดนักชกเจ้าถิ่น เจ้าของฉายา “ลิตเติล ไทสัน” พบกับ สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ ผู้ท้าชิงชาวไทย ซึ่งก่อนการชกบรรดาเซียนมวยต่างประเทศต่างก็มั่นใจว่าแชมป์โลกจะอยู่กับ มงซิปัวร์ แน่นอน อยู่ที่จะชนะน็อกหรือชนะคะแนนเท่านั้น

แต่เพียงแค่ยกแรก สมศักดิ์ ก็ปล่อยอัปเปอร์คัตซ้ายทีเด็ดเข้าปลายคาง มงซิปัวร์ จนกรรมการต้องนับ 8 เล่นเอาแฟนมวยเจ้าถิ่นช็อกกันทั้งสนาม แต่ มงซิปัวร์ ยังประคองตัวได้ดี และเปลี่ยนแผนการชกทันทีหลังจากนั้น แต่แม้จะเปลี่ยนแผนด้วยการปล่อยหมัดชุดหวังน็อกให้ได้ แต่นักมวยชาวไทยยังไม่ยอมล้มง่ายๆ

มาถึงยกที่ 10 มงซิปัวร์ ยังใช้รูปแบบเดิมคือบุกเข้าใส่สมศักดิ์อยู่ข้างเดียว แต่สมศักดิ์ยังสู้ได้อย่างสูสีและทันทีที่การ์ดของ มงซิปัวร์ ตก สมศักดิ์ ก็จัดการประเคนอัปเปอร์คัตเข้าเต็มคางแชมป์โลก จากนั้นก็เดินสาวหมัดใส่เป็นชุด จนกรรมการต้องสั่งยุติการชกทันที ก่อนชูมือให้สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ เป็นฝ่ายชนะทีเคโอ ในยกที่ 10 คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ และกลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 37 ของประเทศไทย และยังทำให้ “สมศักดิ์”กลายเป็นนักมวยไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลกในแผ่นดินยุโรปอีกด้วย

โดยการชกคู่นี้ถูกยกย่องเป็นอย่างมากจากหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมมวยโลก (WBA) ยกให้เป็นไฟต์ดุเดือดที่สุดแห่งปี เช่นเดียวกับ “เดอะริง” นิตยสารมวยเบอร์ 1 ของโลกก็ยกให้ไฟต์นี้เป็น “ไฟต์แห่งปี 2006” รวมถึงนิตยสาร สปอร์ต อิลลัสเตรท ของสหรัฐฯ ก็ยกให้เป็น “ไฟต์ดุเดือดแห่งทศวรรษ” อีกด้วย

“โอนีล” ชี้ “โคลแมน” ขาหักคือการสูญเสียครั้งใหญ่

มาร์ติน โอนีล กุนซือ ไอร์แลนด์ ระบุ การที่ เซมุส โคลแมน แบ็กขวากัปตันทีม โดนเสียบขาหักในเกมคัดบอลโลกที่เปิดบ้านเสมอ เวลส์ 0-0 เมื่อคืน เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่

โดยในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม D นัดที่ “ยักษ์เขียว” เปิดรังเสมอ “มังกรแดง” เวลส์ 0-0 เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น เกิดเหตุการณ์ที่ โคลแมน แบ็กขวาจากสโมสร เอฟเวอร์ตัน ถูกทาง นีล เทย์เลอร์ แบ็กซ้ายทีมชาติเวลส์ เสียบหนักจนถึงขั้นขาหัก

หลังเกม โอนีล กล่าวว่า “ซีมุส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และแพทย์ก็ยืนยันแล้วว่าเขาขาหัก ถือเป็นเรื่องโชคร้ายสุด ๆ เพราะเขากำลังมีฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิตกับต้นสังกัด เขาคือนักเตะคนสำคัญของเรา เป็นกัปตันทีมที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงเราด้วย แต่ผมหวังว่าเขาจะกลับมาได้”

ด้าน คริส โคลแมน กุนซือ “มังกรแดง” ออกมาปกป้อง เทย์เลอร์ โดยระบุว่าลูกทีมของตนไม่ได้จงใจทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ โดยกล่าวว่า “เหมือสิ่งอื่นใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ซีมุส โคลแมน เรารู้มาว่าอาการของเขาค่อนข้างหนัก ซึ่งเรารู้สึกเสียใจมากที่ได้ยินแบบนั้น แต่ นีล เทย์เลอร์ ไม่ใช่นักเตะประเภทจ้องทำร้ายคู่แข่งแน่นอน”

แข้งหญิงบุกปาเลสไตน์

ทีมฟุตบอลหญิงไทย ยกทัพบุกปาเลสไตน์ เพื่อทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก วันที่ 3-7 เม.ย.

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวถึงความพร้อมของทีมก่อนการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศปาเลสไตน์ ที่จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 3-7 เมษายนว่าช่วงที่ผ่านมา ทัพชบาแก้วได้เดินทางไปเก็บตัวที่ พัฒนา กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี และล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้าย โดยมีชื่อของ นักเตะหน้าใหม่อย่าง สุชาวดี นิลธำรงค์ ศูนย์หน้าลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ร่วมทีมด้วย

“ตั้งแต่เราย้ายไปฝึกซ้อมที่ชลบุรี ด้วยสภาพแวดล้อมของแคมป์ ที่เป็นสนามปิด สงบ และยังมีสาธารณูปโภคต่างๆ ครบวงจร ทุกคนแฮปปี้ ทำให้บรรยากาศในทีมดีมาก น้องๆ มีสมาธิและมีความตั้งใจกับการซ้อมดีเยี่ยม กินอิ่มนอนหลับ เพราะโค้ชสเปนเซอร์ ไพรเออร์ และทีมงานต้องการให้นักเตะโฟกัสแต่เรื่องในสนามเท่านั้น ทำให้ทีมค่อนข้างพร้อมสำหรับการเดินทางไปปาเลสไตน์” มาดามแป้ง กล่าว

“นอกจากนี้ ทีมยังได้ น้องมิรันดา สุชาวดี นิลธำรงค์ ศูนย์หน้าลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัยเพียงแค่ 19 ปี จาก University of California, Berkeley มาร่วมซ้อมกับทีมในช่วงก่อนเดินทาง จากวิดีโอการเล่นที่ทีมงานส่งให้ดูและผลงานในปี 2016 ที่ผ่านมา เชื่อว่า น้องมิรันดา จะเข้ามาเสริมความแกร่งและความเฉียบคมในแดนหน้าให้ทีมไทย”

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ได้ออกเดินทางไปประเทศปาเลสไตน์ในวันที่ 27 มีนาคม โดยจะแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก นัดแรก พบกับ ปาเลสไตน์ ที่ สนามกีฬานานาชาติ ไฟซอล อัล ฮุสไซนี ในวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

การเดินทางครั้งนี้ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ ได้เดินทางไปส่งสต๊าฟฟ์โค้ช และ 23 นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยด้วย

สำหรับ ทีมสาวไทยนั้นอยู่ กลุ่ม ซี ร่วมสายกับ ปาเลสไตน์ (เจ้าภาพ) และ ไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้เลบานอนและกวมได้ถอนตัวออกไป ทำให้การแข่งขันในรอบนี้จะนำทีมแชมป์กลุ่มเพียงทีมเดียว ผ่านเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศจอร์แดน ระหว่างวันที่ 7-22 เมษายน พ.ศ. 2561

พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก กล่าวว่า “ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดนี้ถือว่ามีพัฒนาการมากมาย ตั้งแต่ไปเมียนมา และ จีน และได้ทราบข่าวว่าความฟิตของแต่ละคนก็ดีขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับตอนคว้าแชมป์อาเซียน เมื่อปีก่อนที่ประเทศเมียนมา หวังว่าเมื่อผ่านรอบนี้ไปแล้ว เราจะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง