แห่ขอโชคต้นกล้วยประหลาด ออกเครือก้านคล้ายพญานาค

แห่ขอโชคต้นกล้วยประหลาด ออกเครือก้านคล้ายพญานาคชาวบ้าน จ.สุโขทัย แห่ขอโชคต้นกล้วยประหลาด ออกเครือก้านคล้ายพญานาค เผยงวดที่ผ่านมาถูกหวยกันทั่วหน้า

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านใน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย พบต้นกล้วยประหลาดเครือออกกลางต้นและที่น่าแปลกบริเวณก้านเครือกล้วยมีลักษณะคดไปคดมาคล้ายพญานาค และงวดที่ผ่านมาให้โชคลาภชาวบ้านที่ทราบข่าวและมาดูก่อนที่จะถูกหวยกันทั่วหน้า

จึงเดินทางไปยังร้านทองเจริญคาร์แคร์ เลขที่36/2 หมู่1 ต.ย่านยาว ซึ่งเป็นร้านของนางจำรัส ศรีคล้าย อายุ 55 ปี เมื่อไปถึงพบว่านางจำรัส และเพื่อบ้านกำลังยืนดูต้นกล้วยไข่ที่ปลูกอยู่ข้างบ้านบริเวณติดกับที่ล้างรถ ซึ่งต้นกล้วยไข่ดังกล่าวมีลักษณะแปลก

โดยต้นกล้วยไข่ปกติคือบริเวณกลางลำต้นจากปลายยอดลงมาประมาณ 1 ฟุต ได้มีเครือกล้วยแทงออกมาตรงกลางลำต้นยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และมีกล้วยออกลูกมา 7 หวี และที่น่าแปลกคือก้านของเครือกล้วยที่แทงออกมาจากลำต้นมีลักษณะคดไปคดมาคล้ายกับพญานาค

นางจำรัส เล่าว่า ต้นกล้วยไข่ดังกล่าวสามีต้นไปไปขุดมาจากในสวนเพื่อนำมาปลูกที่ข้างแท่นล้างรถจำนวน2ต้น เมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม 2559ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อช่วงวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมาต้นได้สังเกตเห็นว่าต้นกล้วยไข่ที่ปลูกไว้ 1 ต้น มีลักษณะผิดปกติ คือบริเวณกลางลำต้นมีลักษณะปล่องคล้ายคนท้อง

จึงได้แหวกกราบกล้วยดูปรากฏว่าด้านในมีปลีกล้วยอยู่ 1 ปี จึงได้เรียกสามีมาดูและช่วยกันแหวกกราบกล้วยออก จนกระทั่งรุ่งเช้าอีก 1 วัน ได้ออกมาดูและพบว่าทั้งปลีกล้วยและเครือกล้วยได้แทงออกมาจากต้นกล้วยจนสุด

หลังจากทราบข่าวได้มีชาวบ้านเดินทางมาดูซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าก้านเครือกล้วยมีลักษณะคล้ายพญานาค ต่างพากันตีเลขเด็ดคือเลข 57 คือเลข 5 มาจากความยาว 50 ซม.และเลข 7 มาจากกล้วย 7 หวี จึงตีเลข 57

หนุ่มรัสเซียเมาคลั่ง ป่วนผู้โดยสารเหนือฟ้า ก่อนแลนดิ้งกรุงเทพฯ

หนุ่มรัสเซียเมาคลั่ง ป่วนผู้โดยสารเหนือฟ้า ก่อนแลนดิ้งกรุงเทพฯภาพเหตุการณ์ผู้โดยสารคุ้มคลั่งบนสายการบินแห่งหนึ่ง ระหว่างเดินทางมากรุงเทพฯ กลายเป็นประเด็น ชายรัสเซียเมาแอ๋ ทำร้ายผู้อื่น หนำซ้ำยังพบขวดเหล้าแอบเข้าขึ้นมาดื่มเองใต้เบาะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพเหตุการณ์กระทบกระทั่งบนเครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง ระหว่างเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร กลายเป็นกระแสข่าวในต่างประเทศ เมื่อผู้โดยสารชาวรัสเซียคนหนึ่งเกิดคุ้มคลั่ง ก่อนที่จะแลนดิ้งลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงไม่นาน

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อราวๆ สุดสัปดาห์ก่อน บนเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินบริติช แอร์เวย์ ที่เดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มายังประเทศไทย แต่ระหว่างที่อีกราวๆ ชั่วโมงก่อนที่เครื่องบินจะลงจอด ได้เกิดเหตุการณ์น่าตกใจ เมื่อผู้โดยสารคนหนึ่งถูกทำร้ายและมีอาการคุ้มคลั่ง ทำให้ลูกเรือและผู้โดยสารคนอื่นๆ ต้องช่วยกันระงับเหตุ

พยานที่เหตุการณ์เล่าว่า ชายรัสเซียชกผู้โดยสารคนหนึ่งและเกิดการผลักอกหาเรื่องกัน เชื่อว่าน่าจะมาจากสาเหตุระหว่างการรอใช้ห้องน้ำบนเครื่องบิน ชายคนดังกล่าวร้องโวยวายแบบไร้สติ ลูกเรือต้องควบคุมตัวและจับแยกไปนั่งสงบสติอารมณ์

ขณะที่ชายคู่กรณีได้ทำการร้องเรียนลูกเรือบนเครื่องบินลำดังกล่าว ที่ปล่อยให้มีกรณีเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง ขณะที่ได้ร้องขอให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เห็นการณ์ร่วมเป็นพยานในการร้องเรียนครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าแท้จริงเกิดขึ้นจากเหตุใด

แต่พยานยังบอกอีกว่า หลังจากเครื่องบินลงจอดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองไทยไม่ได้เข้ามาควบคุมตัวชายคุ้มคลั่งออกไปตามหลักสากล อีกทั้งยังพบขวดวิสกี้ที่เครื่องดื่มถูกดื่มไปครึ่งขวดแล้ว วางไว้ที่ใต้เบาะผู้โดยสารของชายชาวรัสเซียที่ก่อเหตุ

ด่าเละ! ฝรั่งอุบาทว์หลอกสาวเปิดหน้าอก ใช้เงินดอลลาร์ล่อ

ด่าเละ! ฝรั่งอุบาทว์หลอกสาวเปิดหน้าอก ใช้เงินดอลลาร์ล่อวิจารณ์หนัก ฝรั่งอุบาทว์หลอกสาวริมหาดพัทยาเปิดหน้าอกโชว์ ล่อด้วยเงินดอลลาร์ที่เป็นแบงก์ปลอม ตำรวจได้ดูคลิปแล้ว ชี้เอาผิดได้

โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอที่หนุ่มชาวต่างชาติคนหนึ่งได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เนื่องจากขอให้ผู้หญิงไทยหลายคนตามสถานที่่ต่างๆ ในเมืองพัทยา ถอดเสื้อเปิดหน้าอกโชว์ โดยจะมอบเงินเป็นธนบัตรราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐให้ตอบแทน โดยหญิงสาวส่วนใหญ่ต่างไม่ทราบว่า ธนบัตรดังกล่าวเป็นเพียงธนบัตรปลอม

สำหรับพฤติกรรมของหนุ่มฝรั่งรายนี้ มักจะเดินไปตามชายหาดพัทยาในยามค่ำคืน เพื่อดักถามผู้หญิงชาวไทยและชาติอื่นๆ เพื่อขอให้เปิดหน้าอก แลกกับเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้หญิงหลายๆ คนก็ยอมเปิดในที่สาธารณะ แต่หลายคนก็ไม่ยอมเปิดเช่นกัน แต่ปรากฏว่าหญิงสาวคนสุดท้ายจับได้ว่า เงินของหนุ่มฝรั่งเป็นแบงก์ปลอม

ทั้งนี้ คลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการดูถูกผู้หญิงไทย ทั้งยังมีการใช้ธนบัตรปลอมอีกด้วย ล่าสุด ทางผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยาได้ทำการตรวจสอบคลิปดังกล่าวแล้ว พบว่าได้ทำการโพสลงในวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า จากคลิปดังกล่าวสามารถที่จะดำเนินคดีกับหนุ่มต่างชาติได้ เนื่องจากนำธนบัตรปลอมมาใช้เพื่อการหลอกลวง โดยเข้าข่ายใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และยังสามารถที่จะดำเนินคดีด้าน พรบ.คอมพิวเตอร์ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบว่าหนุ่มต่างชาติยังคงพักอยู่ในเมืองพัทยาหรือไม่ หรือกลับประเทศไปแล้ว พร้อมกับจะได้ติดตามหญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในคลิปมาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้ติดตามหาเบาะแสของหนุ่มฝรั่งคนดังกล่าวเบื้องต้น พบว่าเป็นคนเดียวกับเจ้าของช่องบนเว็บไซต์ยูทูปชื่อ ViktorCrazyTV ที่มักจะเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วโลก ก่อนจะถ่ายทำคลิปในเชิงลามกและใช้มุกตลกเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ

ที่จริงก็มีปัญญา,สาวน้ำตาร่วง จานละ 150 บาท

(25 ม.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจาก เฟซบุ๊ก สตรีไทย ไซส์ มินิ ซึ่งได้โพสต์ข้อความ ว่า “#งึดใจหลายว่ะมากค่ะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย แต่พอได้กินข้าว น้ำตาร่วงอ่ะคือแบบว่า ราคาคนไทยแล้วใช่มั้ย?

บิลมีค่ะ ตามบิลเลยค่ะ คือจุกมาก กะเพรากุ้งแม่งได้แค่ 3 ตัว น้ำขวดละ 7 ฿ คิด 20 ฿ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ประจานแล้ว ทั้งวันอดข้าวมาเพื่อที่จะมากินข้าวมื้อละ 420 นี้นะ พิกัดป่าตอง หน้าโชว์…. เมื่อก่อนก็เคยกิน แต่ไม่ได้ขนาดนี้

ที่จริงก็มีปัญญาจ่ายนะ แต่ว่าขอความคิดเห็นคนอื่นบ้างว่าคุณคิดยังไงกับบิลใบนี้ #ร้านสี….ค่ะ แชร์ค่ะแชร์ คนไทยด้วยกันรึเปล่าไม่เข้าใจ”

เผยภาพสุดท้าย “ผู้พันบอม” ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

กรณี พ.ท.ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ หรือ ผู้พันบอม อายุ 40 ปี ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 5 (ช.พัน 5) กองพลทหารราบที่ 5 ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ ขณะเดินทางออกจากพื้นที่รับผิดชอบเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังกองพลทหารราบที่ 5 ด้วยรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฆษ-2612 กทม. เหตุเกิดบริเวณ ม.3 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ พ.ท.ธีรพล มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศรีษะได้รับบาดเจ็บ ส่วนพลขับคือ จ.ส.อ.สาโรจน์ เพชรศรีเงิน อายุ 42 ปี อยู่ในอาการสาหัสเช่นเดียวกัน

ภายหลังแพทย์ได้ส่งตัว พ.ท.ธีรพล ไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู หลังทีมแพทย์พยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ในที่สุดเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา พ.ท.ธีรพล เสียชีวิตลงอย่างสงบท่ามกลางญาติและเพื่อทหารที่มารอเฝ้ารอดูอาการ

สำหรับ พ.ท.ธีรพล เป็น ผู้บังคับกองพันทหารช่าง กองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเมื่อวานนี้ (23 ม.ค.60) ก่อนประสบอุบัติเหตุ ได้นำกำลังพลลงไปช่วยพื้นที่น้ำท่วมบริเวณโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทีมสร้างสะพานเบลีย์ เชื่อมถนนสายต่างๆ ที่ถูกน้ำตัดขาด และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลที่เข้าไปช่วยโรงพยาบาลชะอวดจากวิกฤติอุทกภัย

ภายหลังประสบเหตุวานนี้ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากต่างเข้าไปบริจาคโลหิตกรุ๊ป A เพื่อช่วยเหลือตามที่มีการร้องขอผ่านสังคมออไลน์ ขณะที่อาการของ พ.ท.ธีรพล เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้รับความบอบช้ำอย่างหนักโดยเฉพาะบริเวณศีรษะ เป็นเหตุให้ไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้ และเสียชีวิตในที่สุด ท่ามกลางความอาลัยของผู้บังคับบัญชา เพื่อนทหาร และประชาชนที่ทราบข่าว

รถตำรวจจีนชนประสานงารถประชาชน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เพจวีแชทของสำนักงานตำรวจเมืองตงไถ เมืองเหยียนเฉิง มณฑลเจียงซู ประกาศว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศจีน เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ของประชาชนกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนประสานงากันอย่างรุนแรงบนถนนแห่งหนึ่งในเมืองดังกล่าว เป็นเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นคนขับชื่อ ติงเว่ย วัย 30 ปี เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุ

ด้านแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า เช้าวันเกิดเหตุมีรถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชนคันหนึ่งกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจคันหนึ่งชนประสานงากันอย่างรุนแรง จนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจพลิกคว่ำหงายท้อง ซ้ำยังกระแทกกับเสาปูนข้างถนนเข้าอย่างจัง

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตสมาชิกวีแชทในท้องถิ่นและสื่อออนไลน์อื่นๆ ต่างเข้ามาแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก

นายช่างโยธาฯ ขับรถเที่ยวดอย ไม่ชินทางพุ่งตกเหว ดับ 2 ศพ

นายช่างโยธาฯ ขับรถเที่ยวดอย ไม่ชินทางพุ่งตกเหว ดับ 2 ศพนายช่างโยธา เทศบาลฯ เชียงใหม่ ไปเที่ยวกับคณะบนเส้นทางบ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน ขากลับกระบะพุ่งตกเหวลึกกว่า 20 เมตร ดับพร้อมเพื่อนร่วมงานรวม 2 ศพ

เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 มกราคม เกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกเหวลึกข้างทางกว่า 20 เมตร และชนอัดกับต้นไม้มีผู้ติดอยู่ในรถกระบะ เหตุเกิดในพื้นที่บ้านแม่กำปอง เส้นทางระหว่างกิ่วฝิ่น-แม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่ารถคันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ หมายเลขทะเบียน กธ – 4650 เชียงใหม่ ถูกอัดกับต้นไม้ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เชือกโรยตัวลงไปตรวจสอบ พบภายในรถมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อลงไปช่วยเหลือ แต่เนื่องจากรถพลิกคว่ำมาหลายตลบจนหลังคายุบ และตัวรถก็เสียหายอย่างหนักจนสภาพพังยับเยินทั้งคัน จึงใช้เวลาในการช่วยเหลืออยู่นาน กระทั่งนำตัวออกมาได้สำเร็จ แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายกิตติพงษ์ คำสุข อายุ 39 ปี หัวหน้าช่างโยธา 5 แขวงนครพิงค์ เทศบาลนครเชียงใหม่ และนายพิพัฒน์พล อินสิน ลูกจ้างกองช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่

นางสาวภัทราพร ลายจุด นายอำเภอแม่ออน กล่าวว่า จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ประสบเหตุเดินทางมาพร้อมกับคณะทั้งหมด 5 คัน โดยทั้งหมดได้ขึ้นไปเที่ยวที่กิ่วฝิ่น และช่วงที่เกิดอุบัติเหตุก็กำลังเดินทางกลับ โดยรถคันที่ประสบเหตุเป็นคันสุดท้ายที่ขับตามหลังมา ทั้งนี้สำหรับถนนสายนี้ มีสภาพเส้นทางที่แคบและลาดชัน ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง

หนุ่มโคราชสุดช้ำ! เพื่อนชวนกินเหล้าจนเมา ก่อนถูกเชิดเก๋งสุดรักหนีเตลิด

เพื่อนที่เคยรู้จักกันในเรือนจำมาเยี่ยมที่บ้าน หนุ่มโคราชต้อนรับขับสู้อย่างดี ร่ำสุรากันจนเมามาย ตื่นมาอีกทีพบว่าเก๋งสุดรัก ถูกเพื่อนขโมยหลบหนีไปแล้ว

วันที่ 20 ม.ค. นายจรัส แถมพลกรัง อายุ 29 ปี ชาวบ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชี้จุดที่จอดรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีส้ม ทะเบียน กต 1449 นครราชสีมาของตัวเอง หลังจากถูกเพื่อนที่เคยรู้จักกันในเรือนจำ ชวนดื่มเหล้าจนเมา ก่อนแอบขโมยรถหายไปอย่างไร้ร่องรอย

นายจรัส ผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวานที่ผ่านมา นายพิษณุ วิเศษรัตน์ อายุ 33 ปี ซึ่งเคยรู้จักกันตอนถูกจำคุกในเรือนจำ หลังพ้นโทษออกมาไม่นาน ได้มาหาที่บ้านขอให้ช่วยหางานทำ หลังจากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้าจนเมามาย ตนเมาจึงขอตัวเข้านอน แต่ตอนประมาณตี 2 นายพิษณุปลุกตนตื่นขึ้นมาเพื่อขอยืมเงิน แต่ตนไม่มีให้ กระทั่งรู้ตัวอีกทีตอนเช้า ปรากฏว่า รถเก๋งคู่ใจถูกเพื่อนขโมยหายไปพร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง

จึงแจ้งความตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า สามารถจับภาพรถเก๋งของตนเองที่ถูกเพื่อนขโมยได้ เป็นรถเก๋งสีส้มฉูดฉาด จดจำได้ง่าย ขณะขับขี่ตามเส้นทาง 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี หลบหนีไปทางปราจีนบุรี จึงฝากพลเมืองดีหากพบรถคันดังกล่าว หรือผู้ต้องหาตามภาพให้ช่วยแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวเพื่อนแสบมาดำเนินคดีต่อไป

ชาวเน็ตเทใจ ตร.ตบบ่าปลอบใจ หลังช่วยหนุ่มเลิกคิดสั้น

ภาพสุดประทับใจที่ชาวเน็ตกดว้าว เมื่อตำรวจ สน.ดอนเมือง ช่วยชีวิตหนุ่มคิดสั้นได้ทันท่วงที หลังพยายามผูกคอตายกับสะพานลอย ก่อนนั่งปลอบใจและให้กำลังใจ จนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ต่างให้ความชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง หลังจากที่เข้าเกลี่ยกล่อมและช่วยเหลือชายคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการคิดสั้นฆ่าตัวตายมาได้อย่างหวุดหวิด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยปลอบใจอยู่ไม่ห่าง

เพจเฟซบุ๊ก สน.ดอนเมือง ได้โพสต์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งเหตุพบชายกำลังจะฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีผูกคอตาย บริเวณสะพานลอยแห่งหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ และเอาช่วยเหลือเกลี่ยกล่อมเอาไว้ได้ทันเวลา ทำให้ชายคนดังกล่าวเปลี่ยนใจไม่ทำร้ายตัวเอง

หลังเกิดเหตุชายที่จะก่อเหตุยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกและร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ช่วยกันปลอบขวัญและให้กำลังใจ พร้อมแนะนำข้อคิดดีๆ ในชีวิต แม้ว่าจะลำบากแค่ไหน เจ็บกับเรื่องใดๆ ชีวิตตัวเองก็ยังมีคุณค่าที่จะก้าวเดินต่อไป เพื่อไปสู่วันที่เป็นของเราในสักวัน

หลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก หลายคนให้กำลังใจทั้งชายที่จะก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ ที่สามารถช่วยเหลือและช่วยชีวิตคนคนหนึ่งเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

สาวแชทหลอกยืมเงินเพื่อนแฟน 3 หมื่น อ้างกุมารทองเข้าสิงไม่รู้ตัว

(16 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายกฤษดา อายุ 26 ปี พนักงานบริษัทรถยนต์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี กรณีที่ถูก น.ส.กาญจนา อายุ 27 ปี แฟนสาวซึ่งคบกันมาได้ประมาณ 4 เดือน แอบใช้โทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นได้แชทไปยืมเงินหัวหน้าคนงานและเพื่อนๆ หลอกเอาเงินไปได้ 3 หมื่นบาท และนำไปใช้จ่ายจนหมด

เมื่อมีการทวงถามปรากฏว่าทำเป็นว่ามีกุมารทองเข้าสิง เป็นคนกดโทรศัพท์มือถือทั้งแชททั้งยืมเงิน รวมทั้งใช้เงินโดยตัวเองไม่รู้เรื่อง หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามตัวสาวคนดังกล่าวมาดำเนินคดี หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.สมชาย เมืองใย สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ให้ช่วยติดตามตัว น.ส.กาญจนา ให้ด้วย

นายกฤษดา ผู้เสียหายกล่าวว่า น.ส.กาญจนา คบกันมาได้ประมาณ 4 เดือน โดยไม่รู้ว่ามีแฟนมาก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นได้แอบใช้โทรศัพท์ของตนโดยแชทหาพรรคพวกเพื่อนฝูง และหัวหน้าคนงาน และขอยืมเงินมาได้ทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นบาท แล้วขโมยบัตรเอทีเอ็มของตนมากดเงินสด โดยกดเงินในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ช่วงเวลา 01.30 น. เป็นเงิน 20,000 บาท และกดในวันที่ 31 ธันวาคม ช่วงเวลา 13.43 น. 10,000 บาท โดยตนเองไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้ลบแชทลบไลน์ทั้งหมด

มารู้ก็ต่อเมื่อบรรดาผู้ให้ยืมเงินมาเจอหน้าและทวงเงินที่ยืม จึงได้สอบถาม น.ส.กาญจนา ทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้แกล้งเหมือนผีเข้าสิง พร้อมทั้งกล่าวว่ามีกุมารทองมาเข้าพร้อมทั้งส่งเสียงเหมือนเด็ก และบอกว่าเงินที่ยืมไปนั้นกุมารเป็นคนยืมเป็นคนแชทและเป็นคนเอาไปใช้ทั้งหมด โดย น.ส.กาญจนา อ้างว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้หลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงด้วย เพราะไม่อยากให้ไปหลอกลวงคนอื่นอีกต่อไป

นอกจากนี้ นายกฤษดากล่าวต่ออีกว่า คบกันมา 4 เดือน ได้เบิกเงินไปใช้จ่ายกว่า 7 พันบาท อ้างเอาโทรศัพท์ไปซ่อมหายไป 2 เครื่อง ขณะนี้ยังไม่รู้อยู่ที่ไหน ล่าสุดมายืมเงินหัวหน้าอีกความเสียหายไม่น้อยกว่า 7 หมื่นบาท นอกจากนี้เพื่อนๆยังโดนหลอกอีกหลายคนคิดเป็นหลายหมื่นเหมือนกัน