เผยภาพสุดท้าย “ผู้พันบอม” ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

กรณี พ.ท.ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ หรือ ผู้พันบอม อายุ 40 ปี ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 5 (ช.พัน 5) กองพลทหารราบที่ 5 ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ ขณะเดินทางออกจากพื้นที่รับผิดชอบเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังกองพลทหารราบที่ 5 ด้วยรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฆษ-2612 กทม. เหตุเกิดบริเวณ ม.3 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ พ.ท.ธีรพล มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศรีษะได้รับบาดเจ็บ ส่วนพลขับคือ จ.ส.อ.สาโรจน์ เพชรศรีเงิน อายุ 42 ปี อยู่ในอาการสาหัสเช่นเดียวกัน

ภายหลังแพทย์ได้ส่งตัว พ.ท.ธีรพล ไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู หลังทีมแพทย์พยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ในที่สุดเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา พ.ท.ธีรพล เสียชีวิตลงอย่างสงบท่ามกลางญาติและเพื่อทหารที่มารอเฝ้ารอดูอาการ

สำหรับ พ.ท.ธีรพล เป็น ผู้บังคับกองพันทหารช่าง กองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเมื่อวานนี้ (23 ม.ค.60) ก่อนประสบอุบัติเหตุ ได้นำกำลังพลลงไปช่วยพื้นที่น้ำท่วมบริเวณโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทีมสร้างสะพานเบลีย์ เชื่อมถนนสายต่างๆ ที่ถูกน้ำตัดขาด และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลที่เข้าไปช่วยโรงพยาบาลชะอวดจากวิกฤติอุทกภัย

ภายหลังประสบเหตุวานนี้ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากต่างเข้าไปบริจาคโลหิตกรุ๊ป A เพื่อช่วยเหลือตามที่มีการร้องขอผ่านสังคมออไลน์ ขณะที่อาการของ พ.ท.ธีรพล เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้รับความบอบช้ำอย่างหนักโดยเฉพาะบริเวณศีรษะ เป็นเหตุให้ไม่สามารถทนอาการบาดเจ็บได้ และเสียชีวิตในที่สุด ท่ามกลางความอาลัยของผู้บังคับบัญชา เพื่อนทหาร และประชาชนที่ทราบข่าว

รถตำรวจจีนชนประสานงารถประชาชน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เพจวีแชทของสำนักงานตำรวจเมืองตงไถ เมืองเหยียนเฉิง มณฑลเจียงซู ประกาศว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศจีน เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ของประชาชนกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนประสานงากันอย่างรุนแรงบนถนนแห่งหนึ่งในเมืองดังกล่าว เป็นเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นคนขับชื่อ ติงเว่ย วัย 30 ปี เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุ

ด้านแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า เช้าวันเกิดเหตุมีรถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชนคันหนึ่งกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจคันหนึ่งชนประสานงากันอย่างรุนแรง จนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจพลิกคว่ำหงายท้อง ซ้ำยังกระแทกกับเสาปูนข้างถนนเข้าอย่างจัง

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตสมาชิกวีแชทในท้องถิ่นและสื่อออนไลน์อื่นๆ ต่างเข้ามาแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก

นายช่างโยธาฯ ขับรถเที่ยวดอย ไม่ชินทางพุ่งตกเหว ดับ 2 ศพ

นายช่างโยธาฯ ขับรถเที่ยวดอย ไม่ชินทางพุ่งตกเหว ดับ 2 ศพนายช่างโยธา เทศบาลฯ เชียงใหม่ ไปเที่ยวกับคณะบนเส้นทางบ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน ขากลับกระบะพุ่งตกเหวลึกกว่า 20 เมตร ดับพร้อมเพื่อนร่วมงานรวม 2 ศพ

เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 มกราคม เกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกเหวลึกข้างทางกว่า 20 เมตร และชนอัดกับต้นไม้มีผู้ติดอยู่ในรถกระบะ เหตุเกิดในพื้นที่บ้านแม่กำปอง เส้นทางระหว่างกิ่วฝิ่น-แม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่ารถคันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ หมายเลขทะเบียน กธ – 4650 เชียงใหม่ ถูกอัดกับต้นไม้ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เชือกโรยตัวลงไปตรวจสอบ พบภายในรถมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อลงไปช่วยเหลือ แต่เนื่องจากรถพลิกคว่ำมาหลายตลบจนหลังคายุบ และตัวรถก็เสียหายอย่างหนักจนสภาพพังยับเยินทั้งคัน จึงใช้เวลาในการช่วยเหลืออยู่นาน กระทั่งนำตัวออกมาได้สำเร็จ แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายกิตติพงษ์ คำสุข อายุ 39 ปี หัวหน้าช่างโยธา 5 แขวงนครพิงค์ เทศบาลนครเชียงใหม่ และนายพิพัฒน์พล อินสิน ลูกจ้างกองช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่

นางสาวภัทราพร ลายจุด นายอำเภอแม่ออน กล่าวว่า จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ประสบเหตุเดินทางมาพร้อมกับคณะทั้งหมด 5 คัน โดยทั้งหมดได้ขึ้นไปเที่ยวที่กิ่วฝิ่น และช่วงที่เกิดอุบัติเหตุก็กำลังเดินทางกลับ โดยรถคันที่ประสบเหตุเป็นคันสุดท้ายที่ขับตามหลังมา ทั้งนี้สำหรับถนนสายนี้ มีสภาพเส้นทางที่แคบและลาดชัน ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง

หนุ่มโคราชสุดช้ำ! เพื่อนชวนกินเหล้าจนเมา ก่อนถูกเชิดเก๋งสุดรักหนีเตลิด

เพื่อนที่เคยรู้จักกันในเรือนจำมาเยี่ยมที่บ้าน หนุ่มโคราชต้อนรับขับสู้อย่างดี ร่ำสุรากันจนเมามาย ตื่นมาอีกทีพบว่าเก๋งสุดรัก ถูกเพื่อนขโมยหลบหนีไปแล้ว

วันที่ 20 ม.ค. นายจรัส แถมพลกรัง อายุ 29 ปี ชาวบ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชี้จุดที่จอดรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีส้ม ทะเบียน กต 1449 นครราชสีมาของตัวเอง หลังจากถูกเพื่อนที่เคยรู้จักกันในเรือนจำ ชวนดื่มเหล้าจนเมา ก่อนแอบขโมยรถหายไปอย่างไร้ร่องรอย

นายจรัส ผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวานที่ผ่านมา นายพิษณุ วิเศษรัตน์ อายุ 33 ปี ซึ่งเคยรู้จักกันตอนถูกจำคุกในเรือนจำ หลังพ้นโทษออกมาไม่นาน ได้มาหาที่บ้านขอให้ช่วยหางานทำ หลังจากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้าจนเมามาย ตนเมาจึงขอตัวเข้านอน แต่ตอนประมาณตี 2 นายพิษณุปลุกตนตื่นขึ้นมาเพื่อขอยืมเงิน แต่ตนไม่มีให้ กระทั่งรู้ตัวอีกทีตอนเช้า ปรากฏว่า รถเก๋งคู่ใจถูกเพื่อนขโมยหายไปพร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง

จึงแจ้งความตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า สามารถจับภาพรถเก๋งของตนเองที่ถูกเพื่อนขโมยได้ เป็นรถเก๋งสีส้มฉูดฉาด จดจำได้ง่าย ขณะขับขี่ตามเส้นทาง 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี หลบหนีไปทางปราจีนบุรี จึงฝากพลเมืองดีหากพบรถคันดังกล่าว หรือผู้ต้องหาตามภาพให้ช่วยแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวเพื่อนแสบมาดำเนินคดีต่อไป

ชาวเน็ตเทใจ ตร.ตบบ่าปลอบใจ หลังช่วยหนุ่มเลิกคิดสั้น

ภาพสุดประทับใจที่ชาวเน็ตกดว้าว เมื่อตำรวจ สน.ดอนเมือง ช่วยชีวิตหนุ่มคิดสั้นได้ทันท่วงที หลังพยายามผูกคอตายกับสะพานลอย ก่อนนั่งปลอบใจและให้กำลังใจ จนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ต่างให้ความชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง หลังจากที่เข้าเกลี่ยกล่อมและช่วยเหลือชายคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการคิดสั้นฆ่าตัวตายมาได้อย่างหวุดหวิด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยปลอบใจอยู่ไม่ห่าง

เพจเฟซบุ๊ก สน.ดอนเมือง ได้โพสต์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งเหตุพบชายกำลังจะฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีผูกคอตาย บริเวณสะพานลอยแห่งหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ และเอาช่วยเหลือเกลี่ยกล่อมเอาไว้ได้ทันเวลา ทำให้ชายคนดังกล่าวเปลี่ยนใจไม่ทำร้ายตัวเอง

หลังเกิดเหตุชายที่จะก่อเหตุยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกและร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ช่วยกันปลอบขวัญและให้กำลังใจ พร้อมแนะนำข้อคิดดีๆ ในชีวิต แม้ว่าจะลำบากแค่ไหน เจ็บกับเรื่องใดๆ ชีวิตตัวเองก็ยังมีคุณค่าที่จะก้าวเดินต่อไป เพื่อไปสู่วันที่เป็นของเราในสักวัน

หลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก หลายคนให้กำลังใจทั้งชายที่จะก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ ที่สามารถช่วยเหลือและช่วยชีวิตคนคนหนึ่งเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

สาวแชทหลอกยืมเงินเพื่อนแฟน 3 หมื่น อ้างกุมารทองเข้าสิงไม่รู้ตัว

(16 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายกฤษดา อายุ 26 ปี พนักงานบริษัทรถยนต์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี กรณีที่ถูก น.ส.กาญจนา อายุ 27 ปี แฟนสาวซึ่งคบกันมาได้ประมาณ 4 เดือน แอบใช้โทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นได้แชทไปยืมเงินหัวหน้าคนงานและเพื่อนๆ หลอกเอาเงินไปได้ 3 หมื่นบาท และนำไปใช้จ่ายจนหมด

เมื่อมีการทวงถามปรากฏว่าทำเป็นว่ามีกุมารทองเข้าสิง เป็นคนกดโทรศัพท์มือถือทั้งแชททั้งยืมเงิน รวมทั้งใช้เงินโดยตัวเองไม่รู้เรื่อง หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามตัวสาวคนดังกล่าวมาดำเนินคดี หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.สมชาย เมืองใย สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ให้ช่วยติดตามตัว น.ส.กาญจนา ให้ด้วย

นายกฤษดา ผู้เสียหายกล่าวว่า น.ส.กาญจนา คบกันมาได้ประมาณ 4 เดือน โดยไม่รู้ว่ามีแฟนมาก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นได้แอบใช้โทรศัพท์ของตนโดยแชทหาพรรคพวกเพื่อนฝูง และหัวหน้าคนงาน และขอยืมเงินมาได้ทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นบาท แล้วขโมยบัตรเอทีเอ็มของตนมากดเงินสด โดยกดเงินในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ช่วงเวลา 01.30 น. เป็นเงิน 20,000 บาท และกดในวันที่ 31 ธันวาคม ช่วงเวลา 13.43 น. 10,000 บาท โดยตนเองไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้ลบแชทลบไลน์ทั้งหมด

มารู้ก็ต่อเมื่อบรรดาผู้ให้ยืมเงินมาเจอหน้าและทวงเงินที่ยืม จึงได้สอบถาม น.ส.กาญจนา ทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้แกล้งเหมือนผีเข้าสิง พร้อมทั้งกล่าวว่ามีกุมารทองมาเข้าพร้อมทั้งส่งเสียงเหมือนเด็ก และบอกว่าเงินที่ยืมไปนั้นกุมารเป็นคนยืมเป็นคนแชทและเป็นคนเอาไปใช้ทั้งหมด โดย น.ส.กาญจนา อ้างว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นได้หลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงด้วย เพราะไม่อยากให้ไปหลอกลวงคนอื่นอีกต่อไป

นอกจากนี้ นายกฤษดากล่าวต่ออีกว่า คบกันมา 4 เดือน ได้เบิกเงินไปใช้จ่ายกว่า 7 พันบาท อ้างเอาโทรศัพท์ไปซ่อมหายไป 2 เครื่อง ขณะนี้ยังไม่รู้อยู่ที่ไหน ล่าสุดมายืมเงินหัวหน้าอีกความเสียหายไม่น้อยกว่า 7 หมื่นบาท นอกจากนี้เพื่อนๆยังโดนหลอกอีกหลายคนคิดเป็นหลายหมื่นเหมือนกัน

ส้มเช้ง สามช่า เทียบหน้า 5 ปีผ่านไป สวยขึ้นเป็นกอง

อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ สำหรับ ส้มเช้ง สามช่า ทั้งที่อายุย่างเข้าสู่เลข 5 แล้ว แต่นับวันยิ่งสวย ซึ่งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ส้มเช้ง ออกมายอมรับบินไปเกาหลีเพื่อไปอัพความสวยมาใหม่ทั้งหน้า ซึ่งราคาสูงถึงล้านกว่าบาท แลกมาด้วยความเจ็บและคุ้มมากจริงๆ
อัพเดทหน้าล่าสุดของส้มเช้ง สวยเป๊ะ หน้าตาเข้าที่ไม่บวม ไม่แปลกตาแล้ว และส้มเช้งเอง ก็โพสต์เทียบใบหน้าให้ดูว่า 5 ปีผ่านไป ส้มเช้งสวยขึ้นมากแค่ไหน มีแฟนๆ เข้ามาชมว่าสวยและหน้าเด็กขึ้นมาก สมกับที่เธอให้โจทย์คุณหมอไปว่า “เพราะเราต้องการให้คนเห็นและทักเลยว่า ส้มเช้งไปทำอะไรมา ทำไมเด็กขึ้นประมาณนี้ให้โจทย์เขาแบบนี้ เขาก็เลยทำให้”

มาไกลจริงๆ ส้มเช้ง สามช่า สวยกระชากวัยจริงๆ

ปส.บุกค้นบ้านเครือข่ายไซซะนะค้ายา-จ่อแถลง

ตำรวจปส. บุกค้นยึดทรัพย์บ้านพักเครือข่ายไซซะนะ ลักลอบค้ายาเสพติด – จ่อแถลง 10.30 น. วันนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และยึดทรัพย์สิน ของกลุ่มเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาหัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ขณะลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวานนี้ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 40 นายแยกออกไปตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศโดยในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 1 เข้าตรวจค้นยึดทรัพย์ใน 3 จุดคืออำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 2 จุดจังหวัดนนทบุรีในอำเภอปากเกร็ด 1 จุด หลังสืบทราบว่า นายรัชศักดิ์ และนางสาววริสรา ชำนาญกุล อาจพักอาศัย เหลือสุขซอยทรัพย์สินที่ได้จากยาเสพติดอยู่ที่บ้านหลังนี้ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านพบมี ญาติของผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้าน 3 คน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหาขอย้ายชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านที่หลังดังกล่าวแต่ไม่เคยมาพักอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในบ้านเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่คาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว

ทั้งนี้ ในเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดและสำนักงานปปส.จะมีการแถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติการในการเข้าตรวจค้นตามจุดต่างๆทั่วประเทศอีกครั้ง

นับถอยหลัง เตรียมสุขภาพดี รับปีใหม่

ใกล้สิ้นปี ลองทบทวนตนเองในรอบปีกันบ้างว่า ได้ทำสิ่งต่างๆ ได้ครบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ครบหรือยัง เจ็บไข้ได้ป่วยมากน้อยแค่ไหน หรือได้มีเวลาออกกำลังกายบ้างหรือไม่

ปีนี้กำลังจะผ่านไป มาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการให้ของขวัญตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพ พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใส่ใจดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีเงินเยอะแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพดีได้ และการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น จะมีค่าใช้จ่ายสูงและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

การเริ่มดูแลสุขภาพทำได้ง่ายๆ เริ่มจาก

1. ควบคุมน้ำหนัก

ถ้าหากว่าน้ำหนักตัวขึ้นไวแบบก้าวกระโดดจนรูปร่างเริ่มเปลี่ยนไปและสุขภาพก็เริ่มอ่อนแอลง ควรหันมาฟื้นสุขภาพให้ดีขึ้นด้วยการลดน้ำหนักเป็นอันดับแรก เพราะแค่ลดอ้วน ลดพุง ก็ลดความเสี่ยงของโรคได้ทั้งโรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้

2. เลือกกินดี

หันมาดูแลสุขภาพด้วยอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมันสูง เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล น้ำหวาน อาหารทอดน้ำมันท่วม และเบเกอรี่ซึ่งเต็มไปด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมัน รับประทานให้พออิ่ม อย่าเห็นว่าเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ต้องกินให้คุ้ม เพราะจะกลายเป็นกินเกิน สะสมเกินกว่าความจำเป็นของร่างกาย พิจารณาเลือกกินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ กินอาหารโปรตีนที่มีไขมันต่ำ คนส่วนใหญ่มักกินโปรตีนในปริมาณที่ไม่สมดุลกับอาหารหมวดอื่นๆ อาหารเสริมที่เพิ่มความสะดวกในการเลือกจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพ อย่างเช่น ซุปไก่สกัด ซึ่งได้รับความนิยมมายาวนาน มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า ช่วยลดความเครียดและความอ่อนล้าของสมอง เพิ่มสมาธิ และการเรียนรู้ แล้วยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้รวดเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ควรเลือกกินไขมันที่ดีและไขมันจำเป็นชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ น้ำมันปลา ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวที่จะช่วยลดไขมันในเลือดและป้องกันโรคหัวใจ หากต้องการเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจเลือก เห็ดทางการแพทย์ เช่น ไมตาเกะและหลินจือ ซึ่งดีกว่าการเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์

3. ออกกำลังกายเป็นประจำให้มากขึ้น

ปีใหม่นี้มาตั้งเป้าหมายออกกำลังกายให้ตัวเอง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละครึ่งชั่วโมง โดยเริ่มจากการกีฬาเบาๆ อย่างเดินออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเล่นกีฬาร่วมกันกับครอบครัว หากทำได้ตลอดปี สุขภาพร่างกายจะค่อยๆ ฟิตแอนด์เฟิร์ม และแข็งแรงมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

4. ลดเครียด

ความเครียดเป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาพที่มองไม่เห็นแต่อานุภาพร้ายกาจ และมักจะมาเยือนบ่อยๆ แม้ว่าบางครั้งไม่สามารถหลบหลีกได้พ้น ทว่าก็มีทางออกช่วยให้ความเครียดผ่อนลงได้ อย่างการฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬา อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ ก็ช่วยคลายเครียดได้

5. พักผ่อน

เหนือสิ่งอื่นใดคือการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นจากความเหน็ดเหนื่อย ระบบและกลไกสุขภาพต่างๆ จะได้ถูกเติมพลังให้มีแรงทำงานอย่างเต็มที่ ร่างกายสดชื่น ลดความเสี่ยงจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ

การจะมีสุขภาพที่ดีจำเป็นต้องอาศัยหลายๆ องค์ประกอบร่วมกัน และที่สำคัญควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพราะส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า ถ้าร่างกายแข็งแรงไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ เพราะไม่น่าจะมีโรคอะไร แต่บางโรคอาจไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ตรวจจะไม่รู้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โลหิตจาง โรคมะเร็ง ฯลฯ มาเริ่มต้นกายและใจให้พร้อมเป็นคนใหม่ รับปีใหม่ปรับพฤติกรรมให้สุขภาพดีขึ้น ถือเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดแล้ว

ข้อมูลโดย: อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพจากสหรัฐอเมริกา